April Come She Will (Acoustic cover) Simon & Garfunkel 1964   : บทกวีแห่งฤดูกาลและความรักที่ผ่านพ้น

April Come She Will (Acoustic cover) Simon & Garfunkel 1964 : บทกวีแห่งฤดูกาลและความรักที่ผ่านพ้น

April Come She Will บทกวีแห่งฤดูกาลและความรักที่ผ่านพ้น เพลง "April Come She Will" ไม่ใช่เพียงบทเพลงธรรมดา แต่เป็นบทกวีที่ใช้ทำนองบรรเลง เป็นการเดินทางอันแสนสั้นที่เปรียบเทียบวงจรชีวิตของความรักกับการผันผ่านของฤดูกาล โดยฝีมือการสร้างสรรค์ของคู่ดูโอระดับตำนานอย่าง Simon & Garfunkel ต้นกำเนิดและความเรียบง่ายที่ลึกซึ้ง บทเพลงนี้ถือกำเนิดขึ้นจากปลายปากกาของ Paul Simon ในปี 1964 ขณะที่ท่านใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษ ความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความรู้สึกของบทเพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทกลอนสำหรับเด็ก (Nursery Rhyme) โบราณที่พูดถึงการมาและจากไปของนกคัคคูตามฤดูกาล ซึ่งถูกนำมาผสมผสานกับความรู้สึกจากความสัมพันธ์ที่ท่านได้พบเจอ เดิมที "April Come She Will" ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้มเดี่ยวของ Paul Simon ที่ชื่อว่า The Paul Simon Songbook (1965) ก่อนจะถูกนำมาเรียบเรียงและบันทึกเสียงใหม่เพื่อบรรจุอยู่ในอัลบั้มอมตะของคู่ดูโออย่าง Sound of Silence (1966) และยังถูกใช้เป็นส่วนสำคัญในเพลงประกอบภาพยนตร์คลาสสิกเรื่อง The Graduate (1967) ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักและกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเรียบง่ายที่ครองใจผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้ ความหมาย: ความรักที่ผลิบานและร่วงโรยตามฤดู ใจความสำคัญของเพลงนี้คือการใช้ช่วงเวลาเพียง 6 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนกันยายน เป็น อุปมา ที่สง่างามเพื่อสื่อถึงวัฏจักรของความสัมพันธ์ที่สวยงามแต่แสนสั้น • เดือนเมษายน (April): คือการมาถึงของ "เธอ" เปรียบดั่งการเริ่มต้นของความรักที่สดใสและเปี่ยมด้วยความหวัง • เดือนพฤษภาคม (May): คือช่วงเวลาแห่งความสุข ความสงบ และการพักผ่อนอยู่ในความสัมพันธ์ • เดือนมิถุนายน (June): คือช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลง ความรู้สึกเริ่มผันผวนและไม่แน่นอน • เดือนกรกฎาคม (July): คือการจากลา เธอจะโบยบินไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ส่งสัญญาณใด ๆ • เดือนสิงหาคม (August): คือการสิ้นสุด เปรียบเหมือนใบไม้ที่ร่วงโรยและความหนาวเย็นที่คืบคลานเข้ามา • เดือนกันยายน (September): คือการจดจำ การยอมรับว่าความรักที่เคยใหม่ได้กลายเป็นเพียง ความทรงจำที่เก่าแก่แต่ยังคงงดงาม 😔 โทนอารมณ์: ความโหยหาและความไม่จีรัง แม้เพลงนี้จะมีทำนองที่อ่อนโยน นุ่มนวล และสั้นมาก แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึก โหยหา (Yearning) และความตระหนักถึง ความไม่จีรัง ของทุกสิ่ง เป็นบทเพลงที่เตือนใจเราอย่างอ่อนโยนว่าทุกความสัมพันธ์และทุกช่วงเวลาของความสุขก็มีวัฏจักรการสิ้นสุดของมันเอง แต่ถึงกระนั้น ความทรงจำที่เหลืออยู่ก็ยังคงมีความหมายเสมอ