หลังกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนรอบที่ 3 ของประเทศไทยได้จัดขึ้นในวันที่ 23-24 มีนาคม 2565 ที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รัฐบาลไทยได้รับข้อเสนอแนะ 194 ข้อ จากทั้งหมด 278 ข้อเสนอแนะในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 และต่อมาตอบรับเพิ่มเติมอีก 24 ข้อ ส่งผลให้ประเทศไทยตอบรับข้อเสนอแนะทั้งสิ้น 218 ข้อจาก 278 ข้อเสนอแนะ . 👉 ประเทศไทยไม่ยอมรับข้อเสนอทั้งหมด 12 ข้อ ที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศ รวมทั้งข้อเสนอที่เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีกว่าเด็กและเยาวชนด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อีกด้วย . 👉 ประเด็น "กฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร" ไทยตอบรับข้อเสนอแนะทั้งสิ้น 9 ข้อ โดยรัฐบาลไทยจะแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม โดยข้อเสนอที่ไม่ได้รับการยอมรับมีเพียงข้อเดียวคือ ข้อเสนอแนะที่เรียกร้องให้ยกเลิกร่างกฎหมายดังกล่าว . 👉 ประเด็นโทษประหารชีวิต รัฐบาลยอมรับ 2 ข้อเสนอแนะ โดยตอบรับพิจารณาการให้สัตยาบันต่อพิธีสารเลือกรับฉบับที่ 2 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งมีจุดประสงค์ในการยกเลิกโทษประหารชีวิต (Second Optional Protocol to the ICCPR) และ รณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนเรื่องโทษประหารชีวิต . 👉ประเด็นความหลากหลายทางเพศ รัฐบาลไม่ยอมรับข้อเสนอแนะ 4 ข้อ ซึ่งรวมถึงการแก้ไขกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยรัฐบาลไทยชี้แจงว่าเนื่องด้วยกฎหมายที่มีความเฉพาะเจาะจงและช่วงเวลา อาจไม่สามารถสำเร็จได้ในกระบวนการทบทวนสภานการณ์สิทธิมนุษยชนครั้งถัดไปในปี 2569 . 👉ประเทศไทยยังไม่ยอมรับข้อเสนอแนะที่จะให้สัตยาบันรับรองกฎบัตรระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ ผู้ลี้ภัย ทั้งยังไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลสากล . 👉อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยอมรับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการทรมานและการบังคับให้สูญหายหลายข้อ รวมทั้งสมัครใจดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับตราสารสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมทั้ง อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรีและ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้บุคคลหายสาบสูญ